3.เหรียญกาชาด-ชุดเครื่องแบบ

Posted on สิงหาคม, 8 at 4:14 pm

เหรียญกาชาดสมนาคุณ
The Red Cross Awards Medal

               จัดเป็นเหรียญราชอิสริยาภรณ์ประเภทเหรียญที่พระราชทานเป็นที่ระลึก เหรียญนี้สร้างขึ้นโดยพระราชบัญญัติว่าด้วยสภากาชาดไทย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๐๒ ซึ่งสภากาชาดจะได้มอบให้ผู้ประกอบคุณงามความดีตามข้อบังคับสภากาชาดไทย

               พ.ศ.๒๔๓๖     พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชการร่วมกันสละทรัพย์เป็นทุนตั้งสมาคมขึ้นสำหรับจัดหาเวชภัณฑ์ให้แก่ทหาร ซึ่งต้องไปราชการในสนามไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ และพระราชทานนามว่า “สภาอุณาโลมแดง” ซึ่งภายหลังเปลี่ยนนามเป็น “สภากาชาดไทย”

               พ.ศ.๒๔๖๑     พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ตรา “พระราชบัญญัติว่าด้วยสภากาชาด พระพุทธศักราช ๒๔๖๑” ซึ่งตามพระราชบัญญัตินี้ ยังไม่มีการสถาปนาเหรียญกาชาด สำหรับประดับได้อย่างเครื่องราชอิสริยาภรณ์ มีแต่เครื่องหมายสำหรับสมาชิกสภากาชาดไทย เป็นเข็มกลัดทองลงยา หรือเงินกะไหล่ทองลงยา มีอักษรพระบรมนามาภิไธยย่อ จ.ป.ร. ทับบนรูปกาชาดวางอยู่กลาง

               พ.ศ.๒๕๐๒     พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โปรดเกล้าฯ ให้ตรา “พระราชบัญญัติว่าด้วยสภากาชาดไทย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๐๒” เพื่อแก้ไขเพิ่มเติม “พระราชบัญญัติว่าด้วยสภากาชาดไทย พระพุทธศักราช ๒๔๖๑” และให้มีเหรียญ กาชาดสมนาคุณ และกาชาดสรรเสริญ ซึ่งสภากาชาดจะได้มอบให้ผู้ประกอบคุณความดี ตามข้อบังคับของสภากาชาดไทย โดยผู้ได้รับเหรียญทั้งสอง ประดับเหรียญนี้ได้อย่างเครื่องราชอิสริยาภรณ์

               เหรียญกาชาดสมนาคุณ มีชนิดเดียว แบ่งเป็น ๓ ชั้น

ชั้นที่ ๑ ทองคำลงยาที่กาชาด
ชั้นที่ ๒ เงินกะไหล่ทอง
ชั้นที่ ๓ เงินรมดำ
               ลักษณะเป็นเหรียญกลมแบน เส้นผ่าศูนย์กลาง ๒๗ มิลลิเมตร
               ด้านหน้า มีรูปเครื่องหมายกาชาด และรูปนางพยาบาลประคองทารกกับคนชรา
               ด้านหลัง ตรงกลางมีที่ว่างสำหรับจารึกนามผู้ได้รับเหรียญ และพุทธศักราช กับมีอักษรว่า “สภากาชาด” อยู่ริมขอบบน และ “สมนาคุณ” อยู่ริมขอบล่าง มีห่วงเป็นรูปนก ห้อยกับแพรแถบสีขาวกว้าง ๓ เซนติเมตร ด้านหน้าแพรแถบตรงกลางมีกาชาดลงยาราชาวดีต่างกันแต่ละชั้น
ชั้นที่ ๑ เป็นรูปเครื่องหมายกาชาดลงยาราชาวดีสีแดง
ชั้นที่ ๒ เป็นรูปเครื่องหมายกาชาดอยู่บนวงกลม พื้นลงยาราชาวดีสีขาว ขอบสีทอง
ชั้นที่ ๓ เป็นรูปเครื่องหมายกาชาดอยู่บนวงกลม พื้นลงยาราชาวดีสีขาว ขอบสีเงิน

 

 

สำหรับบุรุษ ใช้ห้อยกับแพรแถบ ประดับที่อกเสื้อเบื้องซ้าย

สำหรับสตรี ใช้ห้อยกับแพรแถบ ผูกเป็นรูปแมลงปอ

การประดับ

ให้ผู้ได้รับเหรียญกาชาดสมนาคุณประดับเหรียญนี้ได้อย่างเครื่องราชอิสริยาภรณ์
เหรียญกาชาดสมนาคุณมอบให้เป็นกรรมสิทธิ์แก่ผู้รับ เมื่อผู้ได้รับวายชนม์ ให้ตกทอดแก่ทายาทเพื่อรักษาไว้เป็นที่ระลึก
ให้มีเครื่องหมายประดับแพรแถบเหรียญกาชาดสมนาคุณ
คุณสมบัติของบุคคลที่สมควรได้รับเหรียญกาชาดสมนาคุณ

               ผู้ที่จะได้รับเหรียญกาชาดสมนาคุณ คือ ผู้ที่ช่วยเหลือสภากาชาดไทยโดยบริจาคเงินประการหนึ่ง โดยการช่วยด้านกำลังกาย กำลังปัญญา จนเป็นผลดีประการหนึ่ง และการบริจาคโลหิตอีกประการหนึ่ง ผู้ที่จะได้รับเหรียญกาชาดสมนาคุณชั้นที่ ๑ หรือชั้นที่ ๒ ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่บริจาค หรือขึ้นกับผลงานที่เป็นประโยชน์แก่สภากาชาดไทย ส่วนผู้ที่จะได้รับเหรียญกาชาดสมนาคุณชั้นที่ ๓ ขึ้นอยู่กับผลงานเป็นหลัก ทั้งนี้ อาจมีเงื่อนไขอื่นๆ ที่สภากาชาดไทยกำหนดขึ้น และอาจได้รับการพิจารณาให้ได้รับเหรียญกาชาดสมนาคุณชั้นที่ ๒ และชั้นที่ ๑ ได้

>> คุณสมบัติของผู้ที่อยู่ในเกณฑ์ที่จะได้รับเหรียญกาชาดสมนาคุณชั้นที่ ๑

เป็นผู้ที่บริจาคทรัพย์แก่สภากาชาดไทยเป็นจำนวนไม่ต่ำกว่า ๓๐๐,๐๐๐ บาท
เป็นผู้ที่บริจาคโลหิตแก่สภากาชาดไทยครบ ๑๐๐ ครั้ง
เป็นผู้ที่ช่วยเหลือสภากาชาดไทยด้วยกำลังกาย กำลังปัญญา และแรงงาน
เป็นผู้ที่เป็นหัวหน้าช่วยแนะนำให้มีผู้บริจาคทรัพย์แก่สภากาชาดไทย ตั้งแต่ ๓๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป จนได้รับเหรียญกาชาดสมนาคุณชั้นที่ ๒ แล้ว แต่ยังช่วยแนะนำต่อไปอีกเป็นเวลา ๕ ปี จำนวนไม่ต่ำกว่า ๕ ครั้ง มีสิทธิได้รับเหรียญกาชาดสมนาคุณชั้นที่ ๑
>> คุณสมบัติของผู้ที่อยู่ในเกณฑ์ที่จะได้รับเหรียญกาชาดสมนาคุณชั้นที่ ๒

เป็นผู้ที่บริจาคทรัพย์แก่สภากาชาดไทยเป็นจำนวนไม่ต่ำกว่า ๑๕๐,๐๐๐ บาท
เป็นผู้ที่ชักชวนให้มีผู้บริจาคทรัพย์แก่สภากาชาดไทยเป็นจำนวนไม่ต่ำกว่า ๓๐๐,๐๐๐ บาท
เป็นผู้ที่บริจาคโลหิตแก่สภากาชาดไทยครบ ๗๕ ครั้ง
เป็นผู้ที่ช่วยเหลือสภากาชาดไทยด้วยกำลังกาย กำลังปัญญา และแรงงาน ต้องได้รับเหรียญกาชาดสมนาคุณชั้นที่ ๓ มาแล้ว ไม่น้อยกว่า ๔ ปี

>> คุณสมบัติของผู้ที่อยู่ในเกณฑ์ที่จะได้รับเหรียญกาชาดสมนาคุณชั้นที่ ๓

เป็นผู้ที่บริจาคโลหิตแก่สภากาชาดไทยครบ ๕๐ ครั้ง
เป็นผู้ที่ช่วยเหลือสภากาชาดไทยด้วยกำลังกาย กำลังปัญญา และแรงงานมาแล้วไม่น้อยกว่า ๓ ปี
อนึ่ง ผู้ที่ปฏิบัติงานเป็นประโยชน์ยิ่งแก่สภากาชาดไทย อาจได้รับการพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ

 

 

 

 

 

 

 

Posted in | No Comments »